การท่องเที่ยวแห่งสยาม ไม่ไปไม่รู้

http://travel.siam55.com แหล่งรวบรวบสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งสยาม ไม่ไปไม่รู้ RSS Feed
 
 
 
 

วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุกเหนือ จังหวัดลำปาง

ถือเป็นข่าวดีในรอบปีของชาวเมืองลำปางเขตเขลางค์นคร เมื่อยูเนสโกได้มอบรางวัล Award of Merit ให้กับ วัดปงสนุกเหนือ จ. ลำปาง เพื่อยกย่องการปฏิสังขรณ์โบราณสถานภายในวัดที่ได้รักษาเอกลักษณ์ความเป็นวัด ล้านนาไว้เป็นอย่างดี

จ. ลำปาง นอกจากจะมีชื่อเสียงในเรื่องรถม้า ชามตราไก่ และพระธาตุลำปางหลวงอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว วัดปงสนุกเหนือ ใน ต. เวียงเหนือ อ. เมือง ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่กำลังเป็นที่รู้จักในสายตาของชาวไทยและชาวโลก ภายหลังองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี ค.ศ. 2008 ซึ่งวัดปงสนุกได้รับรางวัล Award of Merit หรือรางวัลแห่งคุณงามความดี หลังจากที่คณะสงฆ์วัดปงสนุกเหนือ เจ้าหน้าที่ข้าราชการ นักวิชาการ ช่างฝีมือล้านนา และชาวบ้านในท้องถิ่น ได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิสังขรณ์โบราณสถานภายในวัด ภายใต้ความรู้ความเข้าใจในสถาปัตยกรรมแบบล้านนา จนฟื้นคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ดังเช่นในปัจจุบัน

ภาพก่อนและหลังการปฏิสังขรณ์วัดปงสนุกเหนือ

ได้เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจ ที่ชุมชนปงสนุกมีความภาคภูมิใจและมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในประวัติ ศาสตร์ถิ่นฐานตน และพร้อมใจ กันรักษาสิ่งคู่บ้านคู่เมืองไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา เมื่อเป็นเช่นนี้ การอนุรักษ์โบราณสถานวัตถุจึงมิใช่เป็นเพียงหน้าที่ของกรมศิลปากรหน่วยงาน เดียว อีกต่อไป ถ้าในทุกๆ ชุมชนของประเทศไทยเป็นได้เช่นชุมชนวัดปงสนุกก็คงจะดีไม่น้อย โบราณสถานวัตถุในบ้านเมืองเราจะได้คงอยู่ให้ลูกให้หลานของเราได้ศึกษาไปอีก นานแสนนาน

วัดปงสนุกเหนือเป็นวัดบนเนินสูงตามแบบผังวัดล้านนาโบราณ ภายในวัดมีเจดีย์ล้านนาบุแผ่นทองแดงปิดทอง และวิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งเป็นอาคารไม้ทรงจัตุรมุขเป็นโบราณสถานที่สำคัญ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นโดยชาวเชียงแสนที่ถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งปี พ.ศ. 2346 ในสมัยรัชกาลที่ 1 เนื่องจากเชียงแสนพ่ายแพ้ต่อทัพเชียงใหม่และทัพลำปาง ชาวเชียงแสนที่เข้ามาอยู่ในลำปางได้ตั้งวัดในชุมชนขึ้น และได้นำชื่อวัดจากเชียงแสนมาใช้เป็นชื่อวัดแห่งนี้

ภูชี้ฟ้า

*** ช่วงฤดูท่องเที่ยว (พ.ย.-ก.พ.) มีรถตู้บริการจากสถานีขนส่ง จ.เชียงราย-ภูชี้ฟ้า เที่ยวไป 07.15, 13.15 น. เที่ยวกลับ 09.30, 15.30 น. วิ่งประมาณ 2 ชม. ค่าบริการ 120-150 บาทต่อคน (บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 053-742429)

+++ ขึ้นไปชมทิวทัศน์ เวลา 04.30 - 18.30 น. +++

ประวัติ ภูชี้ฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่น ที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว ด้าน จ.เชียงราย-พะเยา ลักษณะเป็นหน้าผาหินตั้ง อยู่บนเส้นกั้นพรมแดนพอดี ในอดีต เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของ พคท. ด้วยสภาพภูมิประเทศที่สูงชัน จึงเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญ ชาวลาวและชาวไทย ในพื้นที่เรียกผาหินที่ชี้เหยียดตรงขึ้นไปบนฟ้าว่าภูฟ้า เมื่อปัญหาด้านความมั่นคงคลี่คลาย มีการตัดถนนขนานแนวชายแดน ไทย-ลาว จากบ้านผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ไปถึง อ.เชียงคำ ภูชี้ฟ้าจึงเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นจุดที่ยื่นจากแนวเขตพรมแดน จึงไม่สามารถระบุชัดได้ว่า อยู่ในเขตไทยหรือลาว แต่ทางขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้านั้นอยู่ในเขตไทย เคยมีการปักธงชาติไทยบนปลายสุดของหน้าผา แต่ในวันถัดมา ทหารลาวก็จะนำธงลาวมาปักเคียงคู่กันด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย จึงห้ามนักท่องเที่ยวพักแรมบนภูชี้ฟ้า

วนอุทยานภูชี้ฟ้า
วนอุทยานภูชี้ฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือพื้นที่ป่าโซน C ตามแผนที่ ZONING เนื้อที่ ที่สำรวจและเห็นควรจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
- ทิศเหนือ จดทางหลวงจังหวัดสาย 1093
- ทิศใต้ จดสันเขา
- ทิศตะวันออก จดสันเขา / ชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
- ทิศตะวันตก จดทางหลวงจังหวัดสาย 1093 ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร จุดสูงสุดคือ บริเวณจุดชมวิว มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์

ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทย - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 เมตร ถึง 1,628 เมตร จุดสูงสุดคือ บริเวณจุดชมวิว มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์

ลักษณะภูมิอากาศ
อากาศบนภูเขาจะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์

พืชพรรณและสัตว์ป่า
- เป็นป่าดิบเขา ยกเว้นบนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้าประมาณ 300 ไร่ ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยาน หว้า เหมือด สารภี จำปาป่า จำปีป่า พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคา หญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส เฟิร์นชนิดต่าง ๆ
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เก้ง กระจง หมูป่า อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือ ปลา แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า เพียงพอน กระรอกบิน กระรอก กระแต
- นกที่พบเห็นได้แก่ นกเขา เหยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูด นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกกระทาดง นกกวัก นกกิ้งโครง นกขุนทอง นกแซว นกนางแอ่น นกยูง นกตะขาบ นกหัวขวาน นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า
- สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ เต่า กบ เขียด คางคก ปาด อึ่งอ่าง
- สัตว์เลื้อยคลาน ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ ตะขาบ แมลงป่อง กิ้งกือ
- ปลาที่พบเห็นได้แก่ ปลาแก้ม ปลาข้างลาย ปลาก้าง ปลาขาว ปลาซิว


แหล่งท่องเที่ยว
ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาค้างแรมบริเวณบ้านร่มฟ้าทองทางห่างจากจุดชมวิว ประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วจะเดินขึ้นภูชี้ฟ้าเพื่อไปชมวิวตอนเช้ามืด ระหว่างทางจะพบแปลงปลูกป่านางพญาเสือ ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม (เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์) และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นเสี้ยวดอกขาวรอบภูชี้ฟ้าจะออกดอกบานเต็มเชิงเขา กิจกรรม : ชมพรรณไม้ แค็มป์ปิ้ง ชมทิวทัศน์ (ผาชี้ฟ้า เป็นหน้าผาหินที่มีลักษณะโดดเด่น คือ คล้ายนิ้วชี้ที่ชี้ตรงออกไปยังทิศตะวันออก ภูชี้ฟ้าอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,628ม. จากระดับน้ำทะเล หน้าผาหินเป็นทางลาดชัน ปกคลุมด้วยหญ้า ไม้พุ่ม และโขดหิน ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้นเลย สามารถเดินลัดเลาะไปจนถึงสุดปลายของหน้าผา ที่ยื่นออกไปได้ แต่จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ จะเป็นหมู่หินใหญ่ริมหน้าผา ก่อนถึงปลายสุดของภูชี้ฟ้าประมาณ 300 ม. ชมทะเลหมอก จากภูชี้ฟ้า สามารถมองลงไปเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา ในเขต ต.เชียงตอง ฝั่งลาว และเทือกเขาสลับซับซ้อน ไกลออกไปลิบๆ คือแม่น้ำโขง ที่ไหลขนานไปกับเทือกดอยผาหม่น ในช่วงเช้าตรู่ หุบเขาเบื้องล่างจะปกคลุมด้วยสายหมอก ทิวทัศน์จะยิ่งงดงาม เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น ภูชี้ฟ้าหันไปทางทิศตะวันออก จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่ได้รับความนิยมมาก นักท่องเที่ยว จะออกจากที่พัก เริ่มเดินเท้าขึ้นไปยังจุดชมวิว ตั้งแต่ก่อนสว่าง)

สิ่งอำนวยความสะดวก
ที่พัก วนอุทยานภูชี้ฟ้า ไม่มีบ้านพักหรือค่ายพักแรมบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง โดยทางวนอุทยานได้จัดสถานที่ไว้ให้พร้อมกับห้องสุขา ส่วนเรื่องอาหารต้องจัดเตรียมไปเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่ที่หัวหน้าวนอุทยานภูชี้ฟ้า โดยตรง รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย โทร. (053) -714914 หรือฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-25614292 -3 ต่อ 719 ในวันและเวลาราชการ

การเดินทาง
++ ทางรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางไปยังภูชี้ฟ้า ได้สามเส้นทาง คือ 1.เส้นทางด้าน อ.เทิง 2.เส้นทางผ่าน อ.เชียงของ 3.เส้นทางจาก อ.เชียงคำ

1. เส้นทางแรกใกล้และสะดวก สภาพถนนดี รถเก๋งสามารถไปถึงได้ จากสี่แยกแม่กรณ์ตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เทิง) ระยะทาง 64 กม. ถึง อ.เทิง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 (เทิง-เชียงคำ) อีก 6 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 ที่หลัก กม.94 (สามแยกปางค่า) เป็นทางลาดยางแต่ค่อนข้างแคบ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ผ่านปางคำ บ้านรักถิ่นไทย บ้านรักแผ่นดิน และบ้านแผ่นดินทอง เมื่อถึงหลัก กม.25 (ให้เลี้ยวขาวสามแยกบ้านเชงเม้ง) จะเป็นทางโค้งขึ้นเขาชัน มีแยกขวามือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งจะเลียบแนวชายแดนไทย-ลาว ไป อ.เชียงคำ จ.พะเยา ผ่านบ้านราษฎร์ภักดี (บ้านเช็งเม้ง) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้ง ระยะทางรวม 11 กม. มีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทางไปยังจุดชมวิวภูชี้ฟ้า ทางช่วงนี้ลาดยางเรียบ แต่สูงชันและคดเคี้ยว ระยะทาง 1.7 กม. ผ่านที่ทำการวนอุทยานภูชี้ฟ้า ไปสิ้นสุดที่ลานจอดรถ จากจุดนี้ เดินเท้า 760 เมตร

2. หากมาจาก อ.เชียงของ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงของ-เทิง) ระยะทาง 15 กม. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1155 มีป้ายบอกทางไปภูชี้ฟ้า เห็นได้ชัดเจน ระยะทาง 95 กม. ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่าน อ.เวียงแก่น (กม.70) สามแยกบ้านปางหัด ทางแยกขึ้นดอยผาตั้ง (กม.52) เมื่อถึงหลัก กม.42 เป็นถนนลูกรังอัดแน่นไปจนถึงหลัก กม.28 จากนั้นถนนจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1093 ตรงหลัก กม.27 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1093 ไปภูชี้ฟ้า อีก 11 กม. เช่นเดียวกับเส้นทางจาก อ.เทิง

3. เส้นทางมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา ทางหลวงหมายเลข 1021 ให้เลี้ยงเข้าเส้นทางไปน้ำตกภูซาง หลวงหมายเลข 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง (น้ำตกอุ่น) -ผ่านตลาดนัดไทย-ลาว.บ้านฮวก (เปิดทุกวันที่ 10,20,30) –ผ่านเกษตรที่สูงผาหม่น (ดอกทิวลิป ม.ค.-ก.พ.) และเดินทางเข้าสู่ภูชี้ฟ้า

*** ถ้าไปเที่ยวชมดอยผาตั้ง ก็สามารถเดินทางต่อไปภูชี้ฟ้าได้ แต่ควรใช้รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะถนนค่อนข้างคดเคี้ยวสูงชัน บางช่วงเป็นลูกรังอัด โดยจากดอยผาตั้ง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1093 ระยะทางประมาณ 20 กม. ผ่านหมู่บ้านตามแนวชายแดน คือ บ้านร่มฟ้าผาหม่น ร่มฟ้าไทยงาม ร่มฟ้าหลวง ศูนย์ศิลปาชีพบ้านร่มฟ้าทอง สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง สลับกับลูกรังอัดเป็นช่วงๆ ไปบรรจบกับทางแยกซ้ายทางหลวงหมายเลข 1093 (ไปเกษตรที่สูงผาหม่น-ตลาดนัดไทย-ลาว.บ้านฮวก-น้ำตกภูซาง, อ.เชียงคำ จ.พะเยา) ซึ่งผ่านทางแยกขึ้นภูชี้ฟ้าได้อีกเส้นทางหนึ่ง

++ รถประจำทาง นั่งรถบัสสีฟ้าขาว สายเชียงราย-เทิง-เชียงคำ หรือ เชียงราย-เทิง-เชียงของ จากนั้นต่อรถสองแถวสีฟ้าสายเทิง-ปางค่า ท่ารถอยู่หลังตลาด อ.เทิง เข้าทางเข้าวัดพระนาคแก้ว ด้านข้างที่ว่าการอำเภอมีรถตั้งแต่ 06.00 น. เวลาออกไม่แน่นอน ต้องถามคนขับว่า จะไปภูชี้ฟ้าหรือไม่ ค่ารถ 50 บาท หรือเช่ารถสองแถว คิวรถอยู่หลังตลาดเทิง โทร. 053-795986 (คุณสุทิน 08 6118 6387, คุณประถม 08 4741 5063) หรือติดต่อที่ปั๊มบางจาก อ.เทิง โทร.053-669-100

ผู้รับผิดชอบดูแล: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) 775 ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร.0-5371-1402

สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางสู่ภูชี้ฟ้าได้ที่

- องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า โทร. 08 1724 0052, (นายกฯ 08 6189 4611)
- วนอุทยานภูชีฟ้า (หัวหน้าฯ 08 1883 4510) เอาเต้นท์มาเองกลางฟรี บริเวณที่จุดจอดรถบนภูชี้ฟ้า หากเช่าเต้นท์ 250 บาทต่อเต้นท์ (2 คน)
- เกษตรที่สูงผาหม่น 053-918555 (ฤดูท่องเที่ยวติอต่อช่วงเช้ากับเย็น-ช่วงกลางวันออกพื้นที่)
- ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง (ห้วยสัก) 053-711402
- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.เทิง ที่ว่าการ อ.เทิง โทร.053-795345
- สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 2 โทร. 053-744674-5, 053-717433 โทรสาร 053-717434

ภูกระดึง

ฤดูกาลท่องเที่ยวภูกระดึง 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม ของทุกปี

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึง ในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย ในแต่ละปีมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน. ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2486 และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

ภูกระดึงมีธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวประทับใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงามของการชมทิวทัศน์มาจากที่ราบสูง เช่น การชมพระอาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก, การสำรวจพรรณไม้นานาชนิด เช่น ไฟเดือนห้าที่แดงสด และดงป่าสนอันกว้างใหญ่, หรือธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เช่น การชมน้ำตกที่น้ำตกขุนพอง เป็นต้น. ในช่วงวันหยุดยาว มักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงราวหนึ่งหมื่นคน โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มจะสามารถแบ่งการเที่ยวตามเวลาที่มีได้ เช่น หากมี 4 วันที่ภูกระดึง คือเดินทางขึ้น 1 วัน ท่องน้ำตก 1 วัน เลียบผา 1 วัน ลง 1 วัน หากมี 3 วันก็เดินทางขึ้น 1 วัน เที่ยว 1 วัน ลง 1 วัน โดยเลือกท่องเที่ยวได้ หากมีสุขภาพที่ดีพอก็สามารถเดินเที่ยวเส้นน้ำตกพร้อมกับเส้นหน้าผาได้ภายใน วันเดียว แต่จะไม่เหมาะกับผู้มีสุขภาพไม่ดีนัก

• ลักษณะภูมิประเทศ ของภูกระดึง
• สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นภูเขาหินทรายที่มีพื้นที่ราบบนยอดเขากว้างใหญ่สลับกับเนินเตี้ย ๆ ยอดสูงสุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอนแก่น ยอดภูกระดึงประกอบไปด้วยป่าสนสลับป่าก่อและทุ่งหญ้า มีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ใบ ขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตก ลำธาร และลานหิน ซึ่งธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้อย่างสวยงามยิ่ง

• พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า บนภูกระดึง
• ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีหลายชนิด เช่น ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบเขา และป่าสนเขา มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ได้แก่ เต็ง รัง พลวง แดง มะค่า ยมหอม มะเกลือ ตะแบก สมอ รกฟ้า พญาไม้ สนสามพันปี จำปีป่า ทะโล้ เมเปิ้ล สนสองใบ และสนสามใบ ก่อชนิดต่าง ๆ ใน ทุ่งหญ้ามีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงาม ออกดอกบานสะพรั่งสลับกันไปตามฤดูกาล เช่น กุหลาบป่า เทียนน้ำ มณเฑียนทอง แววมยุรา กระดุมเงิน เทียมภู ส้มแปะ เง่าน้ำทิพย์ ดาวเรืองภู หยาดน้ำค้าง และกล้วยไม้ ซึ่งบางชนิดชอบขึ้นตามลานหิน ได้แก่ ม้าวิ่ง เอื้องคำหิน ส่วนไม้พื้นล่างมีเฟิร์น มอส โดยเฉพาะ ข้าวตอกฤาษี ซึ่งเป็นมอสขนาดใหญ่สวยงามที่สุดและมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ภูกระดึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมเนื่องจาก ลักษณะภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ทุ่งหญ้าและลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าภูกระดึงมีหลายชนิด เช่น ช้าง เสือโคร่ง หมีควาย เลียงผา เก้ง กวาง หมูป่า ชะนี บ่าง พญากระรอก หมาไน ส่วนนกชนิดต่าง ๆ ที่พบเห็นได้แก่ นกกางเขนดง นกจาบกินอกลาย นกกระทาทุ่ง นกพญาไฟใหญ่ นกขมิ้นดง และมีเต่าชนิดหนึ่งซึ่งหาได้ยาก คือ เต่าปูลู หรือ “เต่าหาง” เป็นเต่าที่หางยาว อาศัยอยู่ตามลำธารในป่าเขาระดับสูงของประเทศไทย กัมพูชา และลาว

• แหล่งท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง


• ผานกแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากหลังแป 2.5 กิโลเมตร ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆมีสนขึ้นโดดเด่นริมหน้าผาต้นหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามยิ่ง มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม - เมษายน


• ผาหล่มสัก อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นหนึ่งขึ้นชิดริมผาใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้มองเห็นทิวทัศน์เทือกเขาสลับซับซ้อนในเขตจังหวัด เพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่จะชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนที่สุด บรรดาช่างภาพ สื่อมวลชน นิยมไปถ่ายภาพ ณ จุดนี้กันมาก เพราะยามตะวันตกดินจะเกิดทัศนียภาพที่งดงามมาก

• สระแก้ว อยู่ในส่วนต้นน้ำของลำธารสวรรค์ “ธารสวรรค์” ลักษณะเป็นวังน้ำลึกขนาดไม่กว้างนัก น้ำใสมากจนมองเห็นพื้นหินขาวสะอาด ต่อจากบริเวณสระแก้วมีทางเดินชมธรรมชาติผ่านลานหินซึ่งมีดอกหรีสีม่วงอม น้ำเงินเกสรสีเหลือง ขึ้นอยู่เป็นทุ่งไปจนถึงผาน้อยนาน้อย

• สระอโนดาด เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ตามริมสระตอนปากธารน้ำไหลมีลานหินโผล่ขึ้นมา ยามน้ำน้อยสามารถไปนั่งเล่น ได้จากบริเวณสระอโนดาดยังมีทางเดินไปต่อบรรจบกับเส้นทางเดินเท้าสู่ถ้ำสอและ ถ้ำน้ำได้


• น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลที่อยู่บริเวณริมน้ำตกจะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำยามแดดสาดส่องผ่าน ลงมาจะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทยในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ

• น้ำตกตาดร้อง เกิดจากลำน้ำพอง ซึ่งไหลลงมาจากภูกระดึงด้านหุบเขาตะวันตกเฉียงเหนือ สองฝั่งของตาดร้องเป็นผาหินสูงชันมาก เมื่อน้ำตกผ่านผาหินกว้างที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ จึงทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง จากบริเวณน้ำตกมองเห็นแนวภูเขาเปลือยขวางอยู่ข้างหน้าน้ำตกตาดร้องอยู่ห่าง จากที่ทำการประมาณ 20 กิโลเมตร

• น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกอยู่ใกล้กับที่พักมากที่สุดในบรรดาน้ำตกบนภูกระดึง ระยะทางเพียง 750 เมตร จากจุดเริ่มต้นตรงบริเวณบ้านพัก ลักษณะน้ำตกเป็นผาหินไม่สูงนัก ตัดขวางลำธาร ธารน้ำก็ไหลลดขึ้นลงยังวังน้ำเบื้องล่าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายโพลงถ้ำมุดลงไปและบริเวณป่าใกล้ ๆ ก็เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงกวางมักจะลงมากินน้ำอยู่เสมอ ๆ จึงเรียกน้ำตกอย่างน่าเอ็นดูว่า “น้ำตกวังกวาง” สูง 7 เมตร บริเวณน้ำตกมีที่กว้างขวางให้ได้นั่งพักสบาย ๆ หลายมุม

• น้ำตกถ้ำใหญ่ ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบ ประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางเดินไปสู่น้ำตกจะดูใกล้นิดเดียวสำหรับคนชอบธรรมชาติ ชมนกชมไม้ เพราะตลอดเส้นทางครอบคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่มีพรรณไม้ใหญ่และร่มครึ้มกว่า ทุกเส้นทางน้ำตกอื่น ๆ อาจได้พบต้นส้มกุ้ง (Begonice sp.) ออกดอกเป็นสีชมพู เกสรกลางสีเหลือง ชอบขึ้นตามทางในพื้นที่สูงอย่างป่าดงดิบเขา ในเส้นทางถ้ำใหญ่นี้มีทางเดินบางช่วงที่เลียบข้างลำห้วยเล็ก ๆ มีต้นเมเปิ้ลอยู่เป็นระยะ ๆ หากช่วงต้นมกราคม เส้นทางนี้จะแดงฉานด้วยใบเมเปิ้ลที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นป่า ความสวยงามของน้ำตกถ้ำใหญ่จะแปลกตาด้วยโขดหินมหึมาวางทับซ้อนไม่เป็นระเบียบ ลำธารนี้ขนาบข้างด้วยต้นเมเปิ้ล ยามเมเปิ้ลแดงล่วงหล่น ขัดสีให้ลำธารหินเขียวสวยงามมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมามากนักเป็นที่ชื่น ชอบของนักท่องเที่ยว

• น้ำตกธารสวรรค์ จากน้ำตกถ้ำใหญ่เมื่อออกสู่ป่าสนไม่ไกลนักจะมีทางแยกบนลานหินสู่น้ำตกธาร สวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักตามเส้นทางป่าสนผ่านลานองค์พระพุทธเมตตาเพียง 1.6 กม. เท่านั้น เป็นน้ำตกขนาดเล็ก

• น้ำตกโผนพบ เป็นหนึ่งในน้ำตกหลายจุดอันเกิดจากสายน้ำวังกวาง ห่างจากตัวน้ำตกเพ็ญพบใหม่เพียง 600 เมตรเท่านั้น ในส่วนของลำธารส่วนบนของน้ำตกโผนพบนี้ สามารถไปยืนชมตัวน้ำตกกลางลำธารซึ่งจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม น้ำตกมี 8 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามไม่น้อยบนภูเขานี้ สำหรับชื่อ “โผนพบ” เข้าใจว่า โผน กิ่งเพชร อดีตแชมป์โลกคนแรกของไทยเป็นผู้ค้นพบเมื่อครั้งขึ้นไปซ้อมร่างกายบนภูกระดึง จึงเรียกกันง่าย ๆ ว่า “โผนพบ”

• น้ำตกพระองค์ คล้ายกับน้ำตกถ้ำใหญ่ แต่เป็นน้ำตกขนาดเล็กกว่า เกิดจากลำธารพระองค์ไหลเป็นลำธารเล็กๆ แล้วดิ่งตกลงหน้าผาที่ไม่สูงมากนักมุ่งสู่หินเบื้องล่าง ลำธารพระองค์นี้เป็นลำห้วยเล็ก ๆ ที่ไหลจากสระอโนดาด สระน้ำกลางป่าสนซึ่งไม่เคยเหือดแห้ง จึงมีน้ำไหลตลอดปี

• น้ำตกสอเหนือ เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร ชั้นเดียว เกิดจากการพังทลายของแผ่นดินขนาดใหญ่เช่นเดียวกับน้ำตกหลายแห่ง ผาหินคล้ายน้ำตกเพ็บพบใหม่ มีสายน้ำไหลกลายเป็นบริเวณกว้าง

• น้ำตกสอใต้ อยู่ในลำธารสายเดียวกับน้ำตกสอเหนือและอยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากหน้าผาหินถล่มลงไป สภาพภูมิประเทศไม่ได้อำนวยให้เกิดเป็นชั้นน้ำตกเหมือนแห่งอื่น ๆ จึงอยู่นอกเหนือความนิยมของนักท่องเที่ยว

• สิ่งอำนวยความสะดวก บนภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้จัดบ้านพักและเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว

• การเดินทาง สู่ภูกระดึง
• รถไฟ จากกรุงเทพมหานครโดยสารรถไฟไปลงที่ขอนแก่น จากนั้นโดยสารรถประจำทางสายขอนแก่น-เลย ไปยังหน้าตลาดที่ว่าการอำเภอภูกระดึง แล้วต่อรถเมล์เล็กเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นปีนเขาขึ้นยอดภู จากนั้นต้องเดินเท้าอีก 5 กิโลเมตร จึงจะถึง “หลังแป” แล้วเดินเท้าไปตามทุ่งหญ้าอีก 4 กิโลเมตร ก็จะถึงที่พักบนยอดภูกระดึงทางอุทยานฯ ได้จัดลูกหาบสัมภาระของนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนยอดภูกระดึง คิดค่าบริการเป็นกิโลกรัม
• รถประจำทาง โดยสารรถยนต์จากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต) กรุงเทพมหานคร ไปลงที่ ผานกเค้า แล้วโดยสารรถประจำทางไปลงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จากนั้นก็เดินต่อขึ้นไปยอดภูกระดึง

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก - ข้อมูลทั่วไป

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เดิมเป็นสมรภูมิสู้รบ ในภูทับเบิก มีภูลมโล ซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุดในอุทยานฯ ความสูง 1,614 ม. จากระดับน้ำทะเล ท้าทายนักเดินป่าผจญภัยยิ่งนัก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและหนาว จากจุดชมวิวธารพายุ ซึ่งอยู่ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บ้านทับเบิก สามารถมองเห็นทะเลหมอกที่ห่มคลุมผืนป่าดิบเชิงภูลมโลได้ชัดเจน นับเป็นจุดชมทะเลหมอกซึ่งดีที่สุดแห่งหนึ่งในเขตภาคเหนือตอนล่าง จนได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน Unseen Natures and Wonders
นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน เป็นวลีที่รวบรวมจุดเด่นของ ภูทับเบิกมาอย่างลงตัว
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือที่ ภูทับเบิก จะมีแปลงกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปกคลุมไปทั้งขุนเขา ยามกลางคืนนักท่องเที่ยวที่ค้างแรมบนภูทับเบิก สามารถชมดาวฟ้า และดูดาวดิน ได้อย่างชัดเจน

** ดาวดิน หมายถึง แสงไฟจากบ้านเรือน ที่จะระยิบระยับเป็นจุดเล็ก ๆ ตอนกลางคืน เมื่อมองจากยอดดอย

การเดินทาง
จากหล่มสักใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ถึง อ.หล่มเก่า เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2331 ถึงที่ทำการอุทยานฯ รวม 60 กม. เป็นเส้นทางสวยงาม แต่มีความลาดชันสูง จึงควรเป็นผู้ชำนาญขับรถเส้นทางภูเขา

ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งทานตะวัน..บาน

หลายครั้งหลายหนที่ได้มีโอกาสนั่งรถไฟไปเที่ยวต่างจังหวัด แม้เวลาที่เสียไป อาจจะทำให้เวลาการเที่ยวของเราลดน้อยลง แต่กระนั้น ก็ยังชอบการนั่งรถไฟเที่ยวอยู่ดี เพราะบรรยากาศที่สัมผัสได้ ต่างกับการนั่ง บขส. หรือรถส่วนตัวเป็นไหน ๆ

และเมื่อได้รับคำเชิญจาก การรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปกับรถไฟขบวนพิเศษนำเที่ยวฯ ‘ทุ่งทานตะวัน-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’ ก็ไม่รอช้า รีบตกปากรับคำเชิญทันที

ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง เวลา 06.40 น. ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวฯ (ขบวน 921/926) ได้ฤกษ์เคลื่อนขบวนออกจากสถานีอย่างช้า ๆ จนถึงเวลาประมาณ 10.00 น. ขบวนรถจะไปจอดบริเวณทุ่งดอกทานตะวัน ให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปชมความสวยงามกันประมาณ 30 นาที

ด้วยเวลาที่มีอย่างน้อยนิด นักท่องเที่ยวทุกคนก็ไม่รอช้า ต่างทยอยลงจากรถไฟ พร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพ บ้างก็เก็บภาพความสวยงามของทุ่งทานตะวัน บ้างก็อยากรู้ว่าทานตะวันกับหน้าฉัน อะไรจะสวยดูดีกว่ากัน จึงเอาหน้าไปเทียบซะ …

หรือถ้าใครอยากได้ดอกทานตะวันดอกโต ๆ เก็บไปเป็นที่ระลึก ก็ไม่ต้องลงมือเด็ดด้วยตัวเอง เพราะบริเวณด้านหน้าทางเข้ามีจำหน่าย ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับการต่อรอง นอกจากนั้นก็จะมีของที่ระลึกที่เป็นรูปดอกทานตะวันอีกมากมายให้ได้เลือกซื้อกัน

เสียงหวูดส่งสัญญาณให้นักท่องเที่ยวที่อยู่กระจัดกระจายกันไปทราบว่า รถไฟขบวนนี้กำลังจะเคลื่อนตัว เดินทางต่อไปยังจุดหมายใหม่ในอีกไม่ช้า

แค่อึดใจเดียว เราก็มาถึงบริเวณ อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์’ และบริเวณนี้เอง ที่มักมีคนเปรียบเปรยว่าจะได้เห็น ‘รถไฟลอยน้ำ’ ที่เห็นเช่นนั้นก็เพราะ รางรถไฟถูกสร้างขึ้นตัดผ่านอ่างเก็บน้ำ สองข้างของรถไฟจึงมีแต่น้ำกับฟ้าให้เรามอง และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพสวย ๆ คู่กับน้ำใส ๆ และฟ้าแจ่ม ๆ แล้ว ขบวนรถก็จะหยุดให้นักท่องเที่ยวที่จุดชมวิวกลางอ่างเก็บน้ำ แม้ว่าพื้นที่บริเวณข้างรางรถไฟจะแคบสักเพียงไหน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเลย เพราะทุกคนพร้อมที่จะแบ่งปันที่ให้ผู้ร่วมทริปได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน …เวลา 30 นาที ดูจะน้อยไปทุกครั้ง สำหรับการมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้เป็นครั้งแรก…

จุดสุดท้าย ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวฯ ก็จะพาเราไปยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อชมความสวยงามของเขื่อน และให้นักท่องเที่ยวได้แยกย้ายกันรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย พร้อมทั้งนั่งรถรางเพื่อชมความสวยงามบริเวณสันเขื่อนฯ

14.20 น. ได้เวลากลับไปชมตึกแทนทุ่งกันแล้ว รถไฟขบวนเดิมจอดพร้อมรอรับนักท่องเที่ยวกลับกรุงเทพฯ บริเวณสถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเคลื่อนตัวออกจากสถานีพานักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศของท้องทุ่งยามเย็น ปิดท้ายการเดินทาง.


หมายเหตุ

การเดินทางเที่ยวทุ่งทานตะวัน – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ด้วยรถไฟขบวนรถพิเศษนำเที่ยวฯ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2621-8701 ต่อ 5217, 0-2225-6964 (ในเวลาทำการ 08.30-16.00 น.) หรือที่สถานีรถไฟทุกแห่ง.

ขอขอบคุณข้อมูล :

เมนูท่องเที่ยว

ที่เที่ยวล่าสุด

Archives

แหล่งความบันเทิง

Tags

Meta